ทราบไว้ก่อนสาย ภาวะช็อก อาการที่จะต้องเรียนรู้ เพื่อสามารถช่วยเหลือได้ทันเวลา

เรื่องของข้อควรระมัดระวังระวังในการดูอาการผู้ที่อยู่ในสภาพการณ์ช็อกนั้นถือเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปควรศึกษา

ภาวะอาการช็อก ส่วนใหญ่แล้วนั้นมักจะเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว รวมทั้งในขณะที่คนรอบข้างก็ไม่สามารถที่ล่วงรู้เตรียมตัวได้ในฉับพลัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุที่นึกไม่ถึง ก็มักเกิดปัญหากระวนกระวาย ลนลานไม่มีสมาธิ ทำอะไรไม่ถูก จนไม่สามารถดำเนินขั้นตอนรับมือ ได้อย่างเท่าทัน
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่จะจำเป็นต้องเรียงลำดับให้ถูกต้อง รู้ว่าควรจะทำอะไรก่อนทำอะไรข้างหลังนั้นนับว่าเป็นกุญแจที่สำคัญมากในการต่อกร ฉะนั้นการเรียนถึงข้อปฏิบัติต่างๆและ ช่วยเหลือ อาการผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ช็อกฝึกซ้อมเอาไว้ล่วงหน้า ก็เลยเป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรละเลย อีกทั้งยังทำให้คุณ สามารถยื้อชีวิตของคนป่วย ไม่ให้เสียชีวิตจากอาการช็อกไว้ได้อีกด้วย
อาการช็อกนั้น เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่คนหนึ่ง อยู่ในสภาพการณ์เซลล์ต่างๆภายในร่างกาย มีเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่พอได้จากหลายกรณีซึ่งจะมีลักษณะแสดงออกทางอุณหภูมิร่างกายแปรไป ตัวเย็นแล้วก็ซีดเผือดลง มีเหงื่อไหลไคลย้อยมามากมาย หายใจไม่ปกติ หอบ หรือหายใจเร็วขึ้น
ซึ่งที่กล่าวมานี้เป็นการแสดงออกพื้นฐานที่ควรสังเกตุให้ดี แม้มีลักษณะพวกนี้ เกิดขึ้นกับตนเองให้รีบขอร้องในทันทีทันใดอย่าเด็ดขาดที่จะอายหรือเกรงอกเกรงใจคนใดกัน อย่าเด็ดขาดที่จะหน่วงรอดูท่าทางอะไรก็ตามถ้าเกิดปลดปล่อยเป็นเวลานานกว่านี้ บางทีอาจตามมาด้วยอาการชีพจรเต้นค่อยตามมาเป็นลำดับรวมทั้งเริ่มไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้มีลักษณะอาการชักเกร็งหรือดิ้นร่วมด้วย จะจัดอยู่ในสภาวะวิกฤต ถ้าปลดปล่อยไว้อาจจะส่งผลให้เสียชีวิตได้
ขั้นตอนช่วยเหลือผู้มีสภาวะช็อก
ถ้าคนภายในบ้าน หรือ บังเอิญพบคน ที่กำลังจะมีอาการช็อก ให้รีบเช็คภาวะผู้เจ็บป่วยว่ามีรอยแผลเลือดไหลหรือเปล่า หากมีให้หาทางห้ามเลือดก่อนเมื่อห้ามเลือดได้แล้ว ก็เลยและก็ตามด้วยการนำร่างคนป่วยนอนราบลงกับพื้น พร้อมจัดหัวให้ตะแคงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง แล้วจับเท้ายกขึ้น
ถัดมาจึงเริ่มคลายเสื้อผ้าผู้ป่วยให้หลวม ไม่ให้แน่นกระชับรัดร่างกายคนป่วย หากเป็นไปได้ให้หาผ้าห่มหรืออะไรก็ตามมาห่มเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายคุ้มครองไม่ให้อุณหภูมิร่างกาย ต่ำจนเกินไปแล้วโทรเรียกโรงพยาบาล หรือ พาตัวผู้เจ็บป่วยไปยังเข้าโรงพยาบาล
การปฐมพยาบาล หากพบเจอผู้มีภาวะช็อก
ฟุตบาทหายใจนับเป็นปัญหาสำคัญที่สุด ควรจะตรวจเช็ค และก็จำเป็นต้องช่วยเหลือ แม้คนไข้ชีพจรไม่เต้น ไม่หายใจ ให้ท่านมีสติ แล้วสูดลมผิวปากคนไข้สองครั้งก็เลยและก็ตามด้วยการปั้มหัวใจ15 ครั้ง จวบจนกระทั่งผู้เจ็บป่วยจะรู้สึกตัว(ขั้นตอนนี้จะต้องมีการฝึกหัดเรียนรู้อย่างถี่ถ้วนแล้วจึงส่งโรงหมอ หรือถ้าเกิดคนป่วยสามารถหายใจได้อยู่ แต่ว่ามีอาการไอแล้วก็คลื่นไส้ ระหว่างที่คุณกำลังเรียกรถพยาบาล นั้น
ให้รอระวังไม่ให้คนไข้สำลักอาเจียน คอยลูบหลัง หรือให้คนไข้เบาๆจิบน้ำ แต่จะต้องดูอาการให้ดีบางสภาวะคนไข้อาจไม่ควรได้รับการกินน้ำ เพื่อป้องกันการสำลักน้ำ
นอกจากนี้การทำเวลาเพื่อส่งตัวคนไข้ไปยังโรงพยาบาลนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากมาย การเสียเวล่ำเวลากับการหาทางนำน้ำออกมาจากกระเพาะ หรือปอดขอให้เกิดเรื่องรองลงมา เนื่องจากจำต้องแข่งกับเวลาที่สมองขาดออกสิเจนถ้าทำเวลานานสมองบางทีอาจตายได้ ทางที่ดีควรจะหาเบอร์โรงพยาบาลใกล้บ้านติดไว้เพื่อทันขยายเวลา รวมทั้งควรจะติดตามผสานการกับโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อการถ่ายทอดข้อมูลให้โรงพยาบาลช่วยประหยัดเวลาความเข้าใจ และเพื่อจี้ติดให้คนไข้ได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด

Author: Dennis Hansen